ม่านอำลาผืนเก่าคลี่เงาหม่น
ฟ้าอาบโทนฟ้าเทาเข้าคลุมเคลื่อน
แสงอำพันพรางแสงมาแรงเลือน
พาดรอยเบือนเปื้อนหน้าสนธยากาล
นิ่งนั่งดูภูมิทัศน์สงัดเงียบ
สายน้ำเลียบแรงไหลรี่ไหลผ่าน
เจ้าพระยาเจ้าพระคุณอาดูรดาล
ทลายบ้านทะลักท้นทุรนทุราย
เนื้อน้ำมวลน้ำเดียวกันนี้
รี่หลากซัดพัดซ้ำกระหน่ำสาย
ชะมากี่ชีวิตวิกฤติพ่าย
ไหลเริงร้ายเรี่ยล้นมิทนแรง
มีน้ำตาบ่ารินมารินหลั่ง
ท่วมสองฝั่งถั่งคล้ายสายกรรแสง
วิโยคยั้งพลั้งพรากวิบากสำแดง
สายน้ำแห่งเภทภัยประลัยราน
มีรอยพิมพ์ยิ้มหัวยังกลั้วเสียง
ท่ามสำเนียงนองซัดประหัตประหาร
ยังหยอกเย้าเฝ้าบนหลังคาบ้าน
ผ่านเรื่องราวคราวทุกข์สนุกใจ
มีดวงจิตอาสาคราทุกข์โถม
ปลอบประโลมกันและกันมิหวั่นไหว
ท่ามมหาอุทกภัย
ยังมีลมหายใจเอื้อให้กัน
มีมือมืดคอยตะครุบชุบมือเปิบ
น้ำยิ่งล้นคนเขยิบขโมยขัน
ละโมบบนนองน้ำตาจาบัลย์
ร่ำรวยเงินล้านบนลานน้ำ
มีเงินช่วยเหลือเจือแจก
น้ำใจแลกน้ำใจไหลมาฉ่ำ
ยิ่งนานเนื่องเนืองครองนองสายน้ำ
ยิ่งนับนำน้ำใจยิ่งไหลมา
มีโกหกฉกฉวยประโยชน์
ชั่วโฉดจำแลงแฝงเอาหน้า
อิ่มโอชโภชน์ผลโภชนา
ท่ามทุกขเวทนาอาลัย
นิ่งนั่งดูภูมิทัศน์สงัดนั่น
สายน้ำหลั่นเอ่อท้นยังล้นไหล
ชะเรื่องราวหลากรัวหลากหัวใจ
เดินทางสู่อ่าวไทยไปด้วยกัน 
ม่านอำลาผืนเก่าคลี่เงาขื่น
ตึกสูงยืนงันเหงาหลังเงากั้น
โพ้นขอบฟ้าตะวันลาเท่าเทียมกัน
พ้นขอบน้ำคันเขื่อนคั่นยากทันเทียม ฯ