“ฉันจึงต้องพามาฝากนี่แหละเจ้าคุณ” แม่คว้ากระโถนหมากขึ้นคายชาน  “ซนเหลือกำลัง มีเรื่องชกต่อยไม่เว้นตะละวันห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง”

(เฉพาะสมาชิก)

3 ความคิดเห็น:

  1. หวัดดีเจ้าค่ะท่านดินที่เคารพ

    เริงร่ากับสายฝนอยู่สามสี่วันโดนหวัดรับประทานเลย ตอนนี้เลยนั่งไอค๊อกๆไอกระด๊อกกระแด็กแต่ไม่หอบแค็กๆแค่ไอกระแด็กกระด๊อก อุตส่าห์ดีใจว่าหายเจ็บคอแล้วเชียว แต่ไม่เป็นไรหรอกหวัดกับข้าเจ้าไม่ค่อยหนิดหนมกันเท่าไหร่ เจอกันทักทายกันประโยคสองประโยคเราก็โบกมือบ๊ายบายกันแล้ว

    แล้วสุดท้ายข้าพเจ้าก็เหลวไหลจริงๆ เหลวไหลจนเหลวเป๋วเชียวแหละ ไม่เอาแระไม่บ่นดีฝ่า ว่ากันเรื่องอื่นเข้าท่ากว่าตั้งเยอะ ข้าพเจ้าได้เรื่องสั้นอย่างที่ตั้งใจไว้เรื่องนึง แต่มีเรื่องสงสัยอยากเรียนถามนิดหน่อย

    เรื่องสั้นกับนิยายนอกจากขนาดความยาวของเรื่องที่ต่างกันแล้วยังมีส่วนไหนที่ต่างกันอีกบ้างไหมเจ้าคะ?

    ข้าเจ้ารู้สึกว่าเรื่องสั้นที่เขียนไปน่าจะเหมาะกับนิยายมากกว่า(ถ้าเพิ่มเติมเนื้อหาของเรื่องให้มากขึ้น)

    แล้วท่านพอจะทราบไหมเจ้าค่ะว่าบทเลิฟซีนของผู้หญิงกับของผู้ชายต่างกันยังไง?(หมายถึงงานเขียนของผู้หญิงกับของผู้ชายนะเจ้าค่ะ)

    มีเรื่องจะเรียนถามเท่านี้แหละเจ้าค่ะ

    หวังว่าท่านยังประคองชีวิตอยู่ได้ด้วยความราบรื่นอีกไม่นานแสงทองผ่องอำไพจะมาเรียนแล้วเจ้าค่ะ ประคองชีวิตท่านไว้ให้ดีๆ ให้ได้สัมผัสกับรัศมีแสงทองที่ว่านั้น

    ด้วยความเคารพ

    ตอบกลับลบ
  2. อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านสาย

    ผู้คนมักไม่แยกแยะว่า 'หวัด' หรือ 'ภูมิแพ้' ด้วยความที่สองตัวนี้หนิดหนมทั้งหน้าตาคล้ายยังกะแฝดอิน-จัน ลองดูดี ๆ จะได้ไม่เป็นอีก..อย่าเป็นบ่อยนะขอรับ..ไม่ดี..เพราะมีน้ำมูกไหล..ทำให้ไม่สวย ;)

    กล่าวโดยรวบรัด..เรื่องสั้นมีประเด็นเดียว นิยายมีประเด็นหลักประเด็นย่อย หากทรายเม็ดเดียวคือเรื่องสั้น หาดทรายที่มีทั้งเม็ดทราย, เปลือกหอย, ปูเสฉวน, ริ้วคลื่น, กระทั่งรอยเท้าเดียวดายของนักเดินทางสู่ฝัน และ ฯลฯ ก็คือนิยาย

    จับที่ 'ประเด็น' ขอรับ

    ไม่ว่าเป็นเรื่องราวชีวิตคนหนึ่งคน, หนึ่งเหตุการณ์, หนึ่งจังหวะเวลา, ฟังว่า 'หนึ่ง' แต่อาจมีหลายประเด็น ต้องแม่น 'ประเด็น' จึงไม่พลาดเรื่องสั้น

    หากสงกา 'ก็แล้วเจ้าประเด็นเนี่ยหน้าตาเป็นอย่างไรกันเล่า?'

    คำกล่าวใด ๆ ไม่อาจแสดงใบหน้าเจ้านี่ให้เด่นชัดเท่าฝึกฝนขอรับ การส่งข้อความไป-มาของเราคือคำตอบ!

    ส่วนประเด็น 'ความต่างของงานเขียนชาย-หญิง' เห็นทีต้องขอประทานโทษที่ต้องหมอบ ด้วยเกินกำลังทักษะข้าพเจ้า ณ ขณะเวลานี้

    หากนำหนังสือสักเรื่องมาให้ดูลายอักขระโดยไม่รู้จักผู้แต่งมาก่อน ข้าพเจ้าก็คงเดาไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่..เรียนท่านโดยสัตย์ ข้าพเจ้าไม่ได้นึกใส่ใจเลยนะทั่นว่าผู้เขียนเป็นหญิงหรือชาย เพราะตรงนี้ก็เป็นลูกเล่นอย่างหนึ่งของการประพันธ์ หากท่านเล่าเรื่องของชายคนหนึ่งโดยใช้มุมมองบุรุษที่หนึ่ง (ผม) แล้วนามปากกาท่านเป็นหญิง เปิดหน้าแรกผู้อ่านก็ไม่เชื่อเสียแล้ว คิดให้ผู้อ่านร่วมอารมณ์ไปกับตัวละครเห็นทีจะยาก วิธีง่าย ๆ ก็คือเปลี่ยนนามปากกา

    มีหลักกิโลฝึกเขียนที่เรายังต้องไปให้ถึงคือความลึกของตัวละครที่เท่าเทียมกันทั้งสองเพศ

    ผู้เขียนฝ่ายชายมักเขียนตัวละครฝ่ายหญิงเบาโหวงเป็นหุ่นยาง อีกฝ่ายก็เช่นกัน คงเป็นไปตามธรรมชาติ หากเราสามารถข้ามขีดจำกัดตรงนั้นไปได้ ทักษะเขียนคงไม่เลว

    ยามท่านกรุณาส่งปุจฉาแล้วเณรน้อยดิลล์ทะลึ่งวิสัชนาไปว่า 'บ่ฮู้' ทำท่านอารมณ์ค้างต่องแต่งต๋อกแต๊กโตงเตงมาก็หลายที เยี่ยงนี้เห็นทีผู้น้อยกระดิกหางอึ่งพอบรรเทาอารมณ์ท่าน ได้เห็นหางอึ่งกระดุ๊กกระดิ๊กแล้วอมยิ้มมุมปากก็ยังดี

    ลองมองดูข้างบน

    ผู้น้อยได้ตอบความเห็นไว้แล้ว หากท่านต้องการให้ผู้อ่านคิดว่า (คิดว่านะ..ย้ำ) ผู้เขียนเป็นชาย ก็เขียนตัวละครฝ่ายหญิงให้เบาโหวง (ไม่ค่อยมีความรู้สึกนึกคิด คิดอะไรก็ตื้น ๆ (อย่าลืมว่าการเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรก็มีความลึกของมันอยู่ เพราะต้องมีที่มาที่ไปของอุปนิสัยนั้น) บรรยายเพียงคร่าว ๆ) อีกฝ่ายก็ในทางกลับกัน

    หลังจากนั้นอย่าลืมออกเดินทางต่อ ไปให้ถึงทักษะที่เอาใจใส่พวกเขา (ตัวละคร) โดยเท่าเทียมกัน (เอาใจใส่ในความหมายเข้าไปอยู่ในใจนะขอรับ มิใช่เพียงดูแล) เมื่อถึงตรงนั้น คำเพศจะไม่มีความหมายกับท่านอีกต่อไป ท่านจะหลุดพ้นจากข้อจำกัดปุถุชน บรรลุธรรมเป็นเทพอักษรลอยต่องแต่งบนฟ้า

    ถึงตอนนั้น..อย่าลืมเซ็นให้ข้าพเจ้าด้วย

    คารวะ

    ป.ล. ชีวิตยังร่อแร่ (ไร้ที่อาศัย)กำลังพยายามประคองขอรับ ขอบพระคุณ..ขอบพระคุณ..

    ตอบกลับลบ
  3. ฝนพรำตั้งกะเมื่อคืนป่านฉะนี้ยังไม่หยุดสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านดิลล์ที่เคารพรัก

    บรรยากาศดี๊ดีสุขีหรรษาอุราเริงรื่นชื่นฉ่ำกมล จะมีใดสุขกว่านี้หามีไม่อย่าได้อิจฉากันเจียวที่ความสุขนี้เป็นของข้าพเจ้าคนเดียวจุ๊กกรู...จุ๊กกรู...!

    อ่านถ้อยแถลงถึงความต่างระหว่างนิยาย VS เรื่องสั้น เข้าใจแจ่มแจ้งเลยเจ้าค่ะ แต่มีข้อสงสัยอีกกะจึ๋ง คือถ้ามีหลายเหตการณ์ หลายจังหวะเวลาแต่ประเด็นเดียวนี่จัดเข้าเรื่องสั้นด้วยป่าว?(น่าจะด้วยเนอะ)

    ส่วนบทเลิฟซีนในงานเขียนผู้ชายและผู้หญิงนั้นตอนอ่านงานคนอื่นข้าพเจ้าก็ไม่เคยคิดอะไรมากมายหรอกเจ้าค่ะ ไม่สังเกตเสียด้วยซ้ำผู้ชายเขียนหรือผู้หญิงเขียน,แตกต่างกันยัง(ตอนมานั่งเขียนเองถึงได้เจ็บใจตัวเองไง)

    เอางานเรื่องสั้นไปลงไว้ที่สำนักแล้วเจ้าค่ะ หากว่างเวลาคราใดเรียนเชิญแวะไปยกเครื่องมาปรับให้เข้าที่เข้าทางด้วยนะเจ้าคะ แล้วรบกวนช่วยวิจารณ์ด้วยว่าไอ้ที่เขียนไปนั่นประเด็นเดียวหรือหลายประเด็น?(รู้สึกว่าข้าพเจ้ายังต้องงมโข่งกันอีกนานสำหรับคำว่า ‘ประเด็น’)(บางทีบางเรื่องเขียนไปข้าพเจ้าก็ไม่รู้หรอกต้องการสื่อสารอะไร?)

    ด้วยความเคารพ

    ตอบกลับลบ