ลาเต้สวัสดิ์ขอรับพี่ทั่น

ไปยังไงมายังไงจึงได้ไปนั่งอยู่ในบรรยากาศเยี่ยงนั้น ใช่แต่ยินเสียงน้อง ๆ นักศึกษาส่งเสียงเชียร์ดอกนะขอรับ รอยยิ้ม แก้มใส แววตาไร้เดียงสาลอยไปลอยมาอยู่ตรงหน้าเปื้อนคราบม็อคค่าชรานี่เลยเทียว

จำแนกตำแหน่งแห่งที่ตรงพี่ทั่นนั่งไม่ออก  เพราะทำเลซึ่งแลเห็นอาคารนิติฯ (เข้าประตูหน้าจะอยู่ขวามือ) ร้านกาแฟก็น่าจะอยู่ฟากตรงข้ามประตูหน้า หากเป็นเช่นนั้นก็ยากยินน้อง ๆ นักศึกษาซ้อมเสียง หรือ ณ ห้วงสมัยประจุบันมีมุมกาแฟเล็ก ๆ เกิดขึ้นในรั้วซึ่งเคยกักขังผู้น้องเสียเกือบร้อยปี (ข้าพเจ้าออกจากตึกบริหารฯ ใกล้ ๆ กัน ผลสอบมักอยู่บนแผงหลังตึกนิติฯ ไปดูทีไร ตกทุกที จำฝังใจ) 

แต่ก็อีกนั่นแหละ

เนื่องเพราะมุดรั้วรอดออกมา (อย่างลำบากยากเย็น) ก็หลายปีดีดักแล้ว อะไรต่อมิอะไรคงแปลงไปจนไม่อาจปะติดปะต่อภาพได้อีก (ว่าแต่พี่ทั่นนั่งตรงไหน หือพี่ทั่นขะรับ? แวะวันใดจะได้ลองเช็คความเป็นบาริสต้า)

ศาสตร์ของกาแฟหาลึกจนยากทำความเข้าใจ ใช้เวลาชั่วไม่ถึงคาปูชิโน่แตกฟอง ก็พอทำความรู้จัก แต่ด้วยความที่ใช่เพียงโอยัวะ โอเลี้ยง แต่มีเรื่องราวปลีกย่อยให้เรียนรู้นี่เองจึงทำให้กาแฟมีเสน่ห์ ชวนค้นหา และแน่ล่ะ..ชวนชิม

พี่ทั่นกล่าวถึง 'ขม'

ยังมีญาติห่าง ๆ กับกาแฟ มิใช่ทางสายพันธุ์สีผิว แต่เป็นเชิงโครงสร้างทางรสชาติ มิต่างจิ้งจกบนเพดานคงเป็นญาติห่าง ๆ ของทีเร็กซ์ด้วยท่าเดิน

ข้าพเจ้าคิดกล่าวถึง 'เบียร์'

เบียร์มีหลายชนิดเช่นกัลล์ ทางเรานิยมแต่เบียร์เลเกอร์ ฟังว่าเป็นเชื้อจม (เรื่องของขั้นตอนการหมัก) เมื่อแรกดื่มเบียร์ก็แค่ 'เมาดีวุ่ย!' แต่ครั้นสงสัยว่าไยเบียร์จึงมีรส-กลิ่นแตกต่างกัน ชวนให้ทำความรู้จักรายละเอียดขั้นตอนการผลิต 

หลังทำความรู้จักเรื่องปลีกย่อย รสชาติเดิม ๆ กลับกลายกลมกล่อมอย่างไม่คิดเสแสร้ง  ดื่มเบียร์ด้วยความระมัดระวังยิ่งขึ้น พบว่าเบียร์มีความถ่วงจำเพาะที่ผู้ผลิตประจงมาแล้วอย่างดิบดี ไฉนจึงปล่อยให้พนักงานเสริฟริมฝีปากอวบอิ่มเอวคอดกิ้วหย่อนน้ำแข็งลงไปให้เสียศูนย์ จนถึงความโค้งมนของ...เอ่อ..ไม่ใช่ขะรับ ไม่ใช่หยั่งพี่ทั่นคิด แต่เป็น..ขอบแก้ว ความโค้งมนของขอบแก้ว  น้ำหนักก้นแก้ว พี่ทั่นเอ๋ย..น้ำลายเริ่มแตกฝอยฟอง..

ยิ่งเข้าในรายละเอียดคล้ายยิ่งละเมียดละเลียด ดื่มเบียร์อย่างได้รสได้ชาติ กระดกแก้วแล้วผงกศีรษะหงึก ๆ

นี่เอง..คงเป็นเสน่ห์

การที่มีรายละเอียดให้เสาะค้นวนหาคงเป็นแรงดึงดูดใจชนิดหนึ่งมิต่างแรงดึงดูดที่ทำให้ดวงจันทร์น้อยหลงรักโลกสีน้ำเงินใบนี้ 

ถึงรู้ว่า 'ขม' เรายังคิดพิเคราะห์เสาะหารสหวานรสมันที่เร้นซ่อน  คงมิต่างเสน่ห์สาวเมือง ฉลาด รู้รอบ ลึกลับ ทันคน น่าค้นหา

ทั้งรู้ว่าที่สุดแล้วทำให้ 'ใจสั่น' ยังมิวายใคร่ลองค้น

ถึงวันนี้ตระหนักแล้ว เบื้องหลังเสน่ห์เหล่านั้นทำลายร่างกายทำร้ายจิตใจสาหัสนัก ข้าพเจ้าเลิกแตะต้องกาแฟชื่อแปลก ๆ เลิกดื่มเบียร์ (เด็ดขาด!)

พบแล้วว่าน้ำเปล่าซื่อ ๆ ใส ๆ ไร้เสน่ห์นี่เองเป็นมิตรต่อเราด้วยจริงใจ ไม่ทำร้ายลับหลัง แม้จะจืด ๆ ชืด ๆ แต่ก็วางใจ คิดถึงกาแฟทีไรข้าพเจ้าชูนิ้ว รอไม่นานแก้วน้ำดำลอยน้ำแข็งก็มาวางตรงหน้า ง่าย ๆ ตรงไปตรงมา  

แต่ว่าก็ว่าเถอะพี่ทั่น

ใต้แสงโคมริบหรี่ ในแก้วมีสุรารสดี บรรยากาศเวลาที่พอเหมาะพอดี  โก้วเล้งคงเคยนั่งพิเคราะห์ว่าเสน่ห์เช่นนี้ ใช่เพียงกำนัลความรื่นรมย์ หากนำหายนะถึงชีวิต ทั้งเข้าใจอย่างถ่องแท้ยังมิวายคว้าแก้วขึ้นดื่ม

แวะร.ร.เก่าวันใด  ข้าพเจ้าคงต้องลองมองหาร้านกาแฟทำเลเห็นตึกนิติฯ เช็คความเป็นบาริสต้าสมัครเล่นดูสักครา ●


@ ขม* -พี่ทั่นขุลล์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น