วันที่ 07 มกราคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:55:15 น.   มติชนออนไลน์

มะเร็งปอดคร่า"ไมเคิล ไรท์"ฝรั่ง หัวใจไทย นักคิด นักเขียน คอลัมนิสต์ชื่อดัง รดน้ำศพ4โมงครึ่ง 8 มกราฯ

"ไมเคิล ไรท์" ฝรั่ง หัวใจไทย นักคิด- นักเขียนหนังสือด้านประวัติศาสตร์ไทย ประจำนิตยสารศิลปวัฒนธรรมและมติชนสุดสัปดาห์ เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็งปอดอย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 มกราคม นายไมเคิล ไรท์ นักคิด นักเขียน คอลัมนิสต์ชื่อดัง ซึ่งเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย และลงนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เครือบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด อย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ รวมอายุ 68 ปี

สำหรับพิธีศพนั้น รดน้ำศพ เวลา 16.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2551 ณ ศาล 3 วันเสมียนนารี  ประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. สวดพระอภิธรรม วันที่ 8 -12 มกราคม เวลา 19.00 น.  ฌาปนกิจ วันอังคารที่ 13 มกราคม เวลา 15.00 น.

"ไมเคิล ไรท์" (Michael wright)  หรือ ที่รู้จักกันดีในนาม ไมค์ มีชื่อไทยว่า นายเมฆ มณีวาจา เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2483  ที่เมืองเซาแธมตัน ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ   จบการศึกษาที่ St.Michaels College ,Hitchin ,Herts,U.K. โดยเขาเดินทางเข้ามาอยู่ประเทศไทยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 (พ.ศ.2504)  และสนใจเรียนภาษาไทย วัฒนธรรมไทยและโบราณคดี  โดยอาศัยการศึกษางานประพันธ์ของอาจารย์ อนุมานราชธน, ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช และหนังสือ สารสมเด็จ

สุจิตต์ วงษ์เทศ  ผู้ก่อตั้งศิลปวัฒนธรรม ได้เขียนถึง  ไมเคิล ไรท์  ลงในคำนำเสนอ หนังสือ "ฝรั่งคลั่งสยาม นามไมเคิล ไรท์" ว่า  ตนและไมเคิล ไรท์ รู้จักและสนิทสนมกันจากการที่นัดถกกันเรื่องแคว้นสุโขทัยและศิลาจารึก ที่ร้านเหล้าริมถนนราชดำเนินเป็นประจำ ต่อมาจึงได้ชวนไมเคิล ไรท์  ให้มาเป็นหนึ่งในผู้เขียนคอลัมน์ลงนิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับปฐมฤกษ์ ซึ่งออกเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2522  โดย ไมเคิลไรท์ ได้เขียนบทความเรื่องส้วม เป็นบทความแรกในงานเขียนของเขา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไมเคิล ไรท์ ก็กลายเป็นคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารศิลปวัฒนธรรม มาจนถึงปัจจุบัน และมีงานเขียนลงในมติชนสุดสัปดาห์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543

สุจิตต์ เล่าถึงประวัติของไมเคิล ไรท์ ในคำนำหนังสือดังกล่าวต่อว่า ไมเคิล ไรท์ เป็นชาวอังกฤษที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย เพระไม่ชอบห้องเรียน แล้วหนีออกจากบ้านตามประสาลูกฝรั่งวัยรุ่น ร่อนเร่ไปรับจ้างทำงานอยู่ลังกา จนเข้ามาเผชิญโชคในกรุงเทพฯ ท้ายที่สุดก็ได้งานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายแปลเอกสารที่ธนาคารกรุงเทพ เมื่อพ.ศ.2513  ปัจจุบันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ อยู่ประจำศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาผ่านฟ้า นั่งทำงานห้องเดียวกับเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

สำหรับไมเคิล ไรท์   เป็นชาวอังกฤษที่สนใจในเรื่องประวัติศาสตร์สังคมวัฒธรรมสยามประเทศไทย ด้วยความที่เขาเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก จึงมักมีข้อมูลใหม่ๆ มาเสนอ หรือความคิดเห็นกับข้อสังเกตที่น่าสนใจต่อวงวิชาการด้านประวัติศาสตร์สังคม วัฒธรรมอยู่เสมอ  บางคราวสามารถเชื่อมโยงหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพื่อให้เห็นภาพพรวมของ ประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ แล้วนำผ่านคอลัมภ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมและมติชนสุดสัปดาห์ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านเป็นจำนวนมาก  ไม่ใช่แต่เฉพาะวิธีการคิดเท่านั้น แต่รวมไปถึงวิธีการเขียนที่มีใจความกระชับและสอดแทรกอารมณ์ขันได้อย่างแนบ เนียน

ผลงานของไมเคิลไรท์ที่ผ่านมาทั้งหมด  มีดังนี้ ฝรั่งคลั่งสยาม พ.ศ.2541,ฝรั่งอุษาคเนย์ พ.ศ.2542,ตะวันตกวิกฤติ คริสต์ศาสนา พ.ศ.2542,โองการแช่งน้ำ พ.ศ.2543,ฝรั่งหลังตะวันตก พ.ศ.2547,พระพิฆเนศ พ.ศ.2548,แผนที่แผนทาง พ.ศ.2548,ไมเคิล ไรท์ มองโลก พ.ศ.2549,โลกนี้มีอนาคตหรือ? พ.ศ.2550,ฝรั่งคลั่งผี พ.ศ.2550,ฝรั่งหายคลั่งหรือยัง พ.ศ.2551 นอกจากนี้ยังมีผลงานอื่นๆ อีกมาก และ มีบทความลงในหนังสือพิมพ์ The Nation ตั้งแต่ พ.ศ.2538 บทความภาษาอังกฤษต่างๆ ในวารสารสยามสมาคม

ไมเคิล ไรท์ ได้รับการยกย่องจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป ให้เป็นผู้มีอุปการคุณต่อวงการไทยคดีศึกษา นอกจากนี้ ยังเป็นบุคคลผู้ได้รับการยอกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น โดยกระทรวงวัฒนธรรมอีกด้วย

4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ9 มกราคม 2552 เวลา 12:44

    ติดตามอ่านงานของลุงเหมือนกัน สงสัยเหมือนกันว่าระยะหลังลุงหายไปจากหน้ามติชนฯ

    ขอให้ดวงวิญญาณของลุงไมค์สู่สุขคติครับ

    ประทีป

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ13 มกราคม 2552 เวลา 16:35

    ทั่นดิลล์ ...

    ผมเพิ่งแสดงคาวระคุณลุงเมฆ (ไรท์) โดยการซื้อหนังสือ "ยังมีความหวัง"

    ผมเป็นมิตรกับหนังสือของลุงทั่นไม่กี่เล่ม (๒ เล่ม)แต่อดอึ้งทึ่งฮากับ "ความ" ในนั้นไม่ได้

    ใครๆ บอกลุงเมฆเป็นนักประวัติศาสตร์ ผมกลับคิดว่า ลุงเป็นนักอนาคตวิทยาชั้นดี

    นักประวิติศาสตร์รู้เรื่องประวิติศาสตร์ดี แต่ลุงเมฆเชื่อมอดีต ปัจจุบันไปสู่อนาคตได้

    ชอบใจที่ลุงว่า "คนไทยบางส่วน ชื่นชอบความจริงที่ nice และไม่สนใจความจริงที่ตนรังเกียจ (nasty)

    มิน่าเล่า คนรักทักษิณก็ด่าลุง คนชอบทักทิณก็ด่าลุงอีกด้วย แต่ลุงนั่งอมยิ้ม(อยู่ในสวรรค์)

    ทั่นสมจุ้ย ถาม ทั่น ว. ว่า "ทำไม คนปากหวาน จึงก้นเปรี้ยว"

    ท่าน ว. ตอบว่า " ... คนตะโกน "ทักษิณออกไป" ถ้าเปล่งเสียงด้วยจิตเป็นเมตตา ก็เป็นปิยะวาจา พอๆ กัน คนตะโกน "ทักษิณอยู่ต่อ" หากเสียงนั้น เป็นพลังออกมาจากความเมตตา

    ลุงเมฆ คงเห็น(จากอดีต)แล้วว่า เมืองไทยกำลังพัฒนา จำต้องผ่านคนอย่างทักษิณ บิ๊กจิ๋ว บิ๊กจ๊อด หรือ ลุงบรรหาร

    ตีกันไปในตอนนี้ ภาษาปะกิดเขาว่า "in process" คงต้องยอมรับด้วยความเข้าใจ

    ความหวังยังมี สำหรับผมตอนนี้ หวังว่า อีนังโมหิณี จะยังนั่งอยู่ดูเหตุการณ์บ้านเมืองต่อไป

    และเมื่อถึงเวลา มันคงได้ไปนั่งหัวเราะ หมิวๆ ให้นายฟัง

    ขอให้ลุงหลับสบาย ...

    : )

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ13 มกราคม 2552 เวลา 16:38

    บล๊อกฮา แฝงสาระ ลองอันนี้ดูนะ http://doggiestyle.exteen.com/

    ผมมีไม่ถึง ๑๐ หรอก นึกได้จะทยอยส่งข่าว

    : )

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ13 มกราคม 2552 เวลา 20:23

    ขอความสุขความจำเริญจงมีแก่พี่ท่าน

    คารวะ
    ดิลล์

    ตอบลบ