อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านเจ้าสำนัก
ริ้วฝนละเอียดยิบเรียงสายมาแต่ฟ้ายังไม่สาง  เพลินเข็มฝนเคาะหลังคาถี่เนียนแผ่วเบาสับเสียงหยดน้ำจากชายคาเหยาะลงแอ่งน้อยบนลานดินหน้าขนำ อากาศเย็นสบายหายคอหายใจโล่งจมูก  จนฟ้าเรื่อแสงฟุ้ง ม่านฝนยังมาถี่ไม่มีท่าจะผ่อนเบา เสียงครืนครั่นข้ามคุ้งฟ้าคล้ายเหล่าเทวาท่านทรงราชรถผ่าน ไล่แล่นกันแต่เพิ่งอโณทัย


ฟังเหมือนมีเสียงกลับไร้เสียง

ทุกเช้าเคยยินแจ้วเสียงจิ๊บ ๆ จุ๊ก ๆ คู ๆ ดังอยู่ทั่วไป เช้านี้สงัดเสียราวว่าสหายเคียงขนำข้าพเจ้าพากันย้ายถิ่นทิ้งรังเสียกระนั้น สรรพเสียงรอบข้างทั้งคร่ำอยู่ครืนครางกลายวิเวกร้างวังเวง เสียงบางเสียงนำชีวิตชีวามาให้  บางเสียงน่าตื่นใจ หลายเสียงเป็นความสดใส กับอีกบางเสียงทั้งสนั่นลั่นท้องทุ่งท้องนาอยู่นี่กลับนำวิเวกมาให้เหมือนจะชักใจสู่กรรมฐานารมณ์  ชวนนิ่งนั่งฟังปล่อยสายตาไปกับเงาแสงหม่นมัวเบื้องหน้า

เห็นแต่หาได้มอง 

ปลายพร้าวหยอกลมอยู่ไหว ๆ ยอดหญ้ากอกกชอุ่มชุ่มละอองเย็นโยนใบ  เมล็ดพันธุ์ผักข้าพเจ้าเพาะไว้ในกะลาพากันชอนใบเลี้ยงลอดร่องฟางขึ้นมารับฝน  พวกผักบุ้งชายคันบ่อได้น้ำใหม่ทอดยอดชูใบอ่อนสลอนไป (ประเดี๋ยวจะเด็ดมาผัดเป็นมื้อเช้า) ภาพคล้ายโมโนโทนเคลื่อนไหวอยู่ในโน้ตของออเคสตร้าม่านน้ำ

เสียงชักชวนใจให้เขียนถึงใครบางคน (มีแฟนวันใดจดหมายนี้เห็นจะเปลี่ยนจ่าหน้าซอง)

เสียงทาง 'คุยกับวินทร์' เป็นอย่างไรบ้าง? ชวนตื่นตาน่าตื่นใจยังคึกคักสดใสหรือค่อนทางวังเวงใจอย่างไร?  เสร็จงานมหกรรมหนังสือฯ หายเหนื่อยใช่ไหม?

แวะห้องท่านเจ้าสำนักทีไรข้าพเจ้าคิดถึงเพลงพัพเดอะเมจิกดราก็อนของปิเตอร์ พอลแอนด์แมรีทุกที (คงพอจำได้) 

ห้อง 'คุยกับวินทร์' คงเป็นถ้ำ ทุกวันมีหนูน้อยแจ็คกีเพเปอร์แวะมาชวนคุยหยอกล้อ วิ่งเล่น เป็นที่สำเริงสำราญใจ จนเจ้าหนูเติบใหญ่ก็หันไปลองเครื่องเล่นชนิดใหม่ทิ้งถ้ำลืมเจ้ามังกร เจ้าหนูแจ็คกี้คนใหม่โผล่มาแทน ผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนไปเรื่อย ๆ บางครั้งโผล่มาชวนคุย บางคนโผล่มาสอบถาม บางทีปรึกษาหารือ  มีบ้างบางคนมือซนพกดินสอเทียนเขียนโน่นนี่ทำผนังถ้ำเลอะเทอะ และก็มีอีกหลายคนแวะมาช่วยเช็ดถูปัดกวาด

มังกรพัฟยังคงยิ้มหัว ชวนเล่น ชวนหยอกกับทุกคนไม่เปลี่ยนแปลง  

ท่านเจ้าสำนักก็ทราบ เนื้อเพลงหาได้เป็นเช่นนี้ เนื้อเพลงนั้นเศร้านัก (คลอเสียงประสานของปิเตอร์ พอลแอนด์แมรีเข้าแล้วยิ่งซึมใหญ่) หนูน้อยแจ็คกีจากไป ทิ้งเจ้าพัพมังกรอมตะให้เหงาอยู่ในถ้ำแต่ลำพัง
นานแล้วที่ข้าพเจ้าลากเก้าอี้มานั่งอยู่ปากถ้ำ ดูความแก่นกล้าจอมซน ช่างคิด ช่างเล่นของเจ้าหนูแจ็คกีและคอยดูว่าเจ้ามังกรจะโต้ตอบว่าอย่างไร

บ่อยครั้งข้าพเจ้าเผลอคิดไปว่าหากเปลี่ยนให้เจ้าพัฟที่เหงาเศร้าลำพังอยู่ในถ้ำริมทะเล  ย้ายมาอยู่ถ้ำ 'คุยกับวินทร์' นี้สักพัก เจ้านี่คงตะลีตะลานกางปีกมนตร์บินกลับไปอยู่กับตัวเองอย่างมีความสุข  อีกหลายบ่อยครั้งข้าพเจ้าสงสัยว่าท่านเจ้าสำนักรักษาสภาวารมณ์ไว้ได้อย่างไร  ขณะจดจ่ออยู่กับงานเขียนยังสามารถโต้ตอบแฟนนานุแฟนด้วยคงเส้นคงศอก ฐานธรรมท่านคงแน่นหนักเยี่ยงขุนเขายะเยือกจึงยากหาคำใดหรือผู้ใดทำให้โยกคลอน  ไม่ท่านก็คงมิใช่มังกรเวทธรรมดา แต่คือ 'มังกรเซน' เสียเป็นแท้ (พอจะได้ค่าก็อปปีไรต์ไหมขอรับ?)    

ริ้วฝนยังคงสืบสายไม่สิ้นเสียง  เย็นลมพัดแรงเป็นพัก ๆ พวกนกคงไม่อาจทนหิวบินออกมาส่งเสียงจุ๊กจิ๊กกันบ้างแล้ว ฟ้าทางนี้ยังมืดครื้มไม่เห็นตะวัน ข้าพเจ้ายังก้มหน้านั่งปลูกกล้าอักษรต่อไปจนกว่าถึงวันฟ้าใส รอวันกล้าน้อยได้แดดแตกต้นเติบกอ ใกล้สิ้นปีอีกแล้ว หวังให้เสร็จนิยายของปีนี้ก่อนรถเทียมกวางเรนเดียร์ของคุณลุงซานต้ามาเยือน เอาล่ะ ขออนุญาตลงมือเขียนหนังสือขอรับ

น้อมคารวะ
ธุลีดิน
ป.ล. รองฝนไว้เต็มโอ่งแต่ดื่มไม่ได้เพราะความเป็นกรดอ่อน ๆ ระคายกระเพาะ ไม่ทราบท่านเจ้าสำนักมีวิธีแก้ให้สภาพกรดเป็นกลางไหมขอรับ? (ข้าพเจ้านั่งมองฝน คิดแล้วคิดอีก หากเอาแอนตาซิลใส่ในโอ่งท่านเจ้าสำนักคิดว่าอย่างไรขอรับ?)

1 ความคิดเห็น: