toolbox2

เขียนโดย พิมาน แจ่มจรัส
(จาก ต่วย’ ตูน ปักษ์หลัง สิงหาคม 2546)

1.เราจงดื่มบ้างในบางครั้ง เพราะ เมื่อรักจะเป็นนักเขียน ก็ต้องยอมอุทิศตนเพื่องาน แต่ต้องระวัง ดื่มให้เป็น เราเป็นนายเครื่องดื่ม อย่าให้เครื่องดื่มเป็นนายเรา อย่าดื่มก่อน หรือกำลังเขียนหนังสือ จงดื่มหลังเสร็จงาน ดื่มฉลองเหมือนทูตานุทูต ดื่มกันในงานรัฐพิธี เหล้าคือน้ำทิพย์ เหล้าทำให้สมองโปร่ง อารมณ์ร่าเริง นัเพราะว่าจะทำให้เลือดฉีดแรง กล้าคิด กล้าเขียน กล้าแสดงออก คารมคมคาย จินตนาการโลดแล่น

2.เราจงกล้าใช้เงิน ต้องกล้าจ่ายเงินเมื่อจำเป็นต้องจ่าย เพราะถ้าประหยัดเกินเหตุงานเขียนก็อาจสะดุด ลงได้ อาชีพนักเขียนต้องมีพวก จะได้ไม่โดดเดี่ยว

3.เราจงอ่านหนังสือ ท่องเที่ยว หาความสุขสงบ ฟังเพลง แสวงหาความรู้ควบคู่กันไปกับประสบการณ์ เพราะสิ่งเหล่านี้คือวัตถุดิบที่สูต้องนำมาคัดเลือกแล้ว ส่งเข้าโรงงานสมอง ผลิตออกเป็นสินค้าคุณภาพ และไม่มีวันเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

4.เราจงฝัน ความฝันทำให้เกิดความจริง และความจริงทำให้กล้าฝัน เราต้องสร้างจินตนาการ ต้องวาดวิมานในอากาศ เพื่อจะเขียนออกมาให้คนเชื่อ เราต้องฝันทั้งในยามหลับ และยามตื่น ฝันทั้งกลางวันกลางคืน เวลาเดียวที่จะหยุดฝันลงได้ ก็คือเวลาที่เราหยุดงานเขียนเพราะช่วงนั้นเป็นเวลาที่เราอยู่กับความจริง

5 .เราจงทรนงในตนเอง นักเขียนต้องหยิ่งในศักดิ์ศรี จนเงินแต่ไม่จนใจ ต้องเชิดหน้าเดิน ไม่มีผู้อ่านคนไหนอยากอ่านเรื่องของนักเขียนจ๋องๆ พวกเขาอยากอ่านเรื่องของนักเขียนที่ทรนงองอาจ นักเขียนที่ยอมแม้กระทั่งติดคุกแลกกับการเขียนเพื่อผู้อื่น

6.เราจงคารวะนักเขียนเก่า เพื่อเป็นบันไดไต่ไปสู่ความสำเร็จ เราต้องคารวะนักเขียนมืออาชีพ เขาเหมือนที่ปรึกษาที่ดี คุณครูที่ดี จงฟังเขา เชื่อเขา ในที่สุดเขาจะช่วยให้เรานำไปสู่การขยายความคิด และแก้ไขข้อเขียน พร้อมกับส่งแนะนำการเข้าสู่ยุทธภูมิน้ำหมึก เขาจะเป็นฝ่ายสนับสนุนสูตลอด รวมทั้งการเขียนยกย่อง

7 .เราจงยอมเสียเปรียบ การเสียเปรียบสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ แต่นักเขียนเป็นรองนายทุน แรงงานและหยาดเหงื่อของเรา บางครั้งสูญเปล่า บางครั้งได้ค่าตอบแทนอย่างไม่เป็นธรรม แต่เราต้องยอมทน ต้องอดทน เพราะการเป็นนักเขียนต้องอดทนเสมอ ถือเสียว่าทีใครทีมัน สักวันหนึ่ง เมื่อเรื่องของเราเกิดโด่งดังขึ้นมา นายทุนตะลีตะลานมาหา เมื่อนั้นจงฟันให้ขาดเป็นท่อนๆ แบบเดียวกับซามูไรก้มตัวลงต่ำอย่างสุภาพ เมื่อเงยหน้าขึ้น ดาบนั้นก็ฟันฉับ คอขาดเลือดพุ่ง...อิอิ ได้ทีขี่แพะไล่เลยละนะคะ

8. เราจงมีความรัก ความรักมีทั้งคุณและโทษ นักเขียนจะเขียนหนังสือไม่ได้ถ้าปราศจากความรัก ความรักหอมหวาน ความรักเป็นเครื่องจรุงใจ เป็นโอสถเอก เราต้องมีรักให้ได้ ครั้นเมื่อสูญเสียรัก อกหัก เราก็เขียนหนังสือได้อีก เราบาดเจ็บ เพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ ก็นี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้การเขียนตามเคย นักเขียนถูกคนรักทิ้ง เขียนดีกว่านักเขียนรวยรัก บาดแผลจากความรักจะทำให้เรามีกำลังใจฮึดสู้ฮึดเขียน ความอาภัพเพิ่มพลังโลกได้หนังสือ และเราได้เงิน

9.เราจงเขียนให้ตัวเองพอใจ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ถ้าตัวเองไม่อ่านแล้ว เทวดาหน้าไหนจะอ่าน เรา ต้องอ่านแล้วเกิดความสุข อ่านแล้วอ่านอีก อ่านไป แก้ไขไป ถ้าอ่านไม่กี่ครั้งแล้วเบื่อ แสดงว่าข้อเขียนนั้นใช้ไม่ได้ จงโยนทิ้งแล้วเขียนใหม่ วิธีอ่าน ให้อ่านออกเสียงดังๆ ถ้าให้ใครสักคนอ่าน ให้ฟังก็ดี จะได้รู้ว่าฟังแล้วขัดหูหรือเปล่า และแก้แล้วแก้อีกจนฟังแล้วลื่นไหล

10.เราจงอดทน และมานะพยายาม เรื่องความฉลาดเราอาจแพ้ในวันนี้ เรื่องการฉวยโอกาสเราอาจแพ้ ในวันนี้ แต่เรื่องความอดทนแล้วเราจะไม่ยอมแพ้ใคร เรื่องความมานะพยายามเราอย่ายอมแพ้ใคร นักเขียนต้องอดทน และมานะพยายาม รอคอย บุกเข้าสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ชัยชนะจากหยาดเหงื่อ ไม่ได้มาง่ายๆ ทางที่ดี เราควรทำงานอื่นควบคู่ไปด้วย ยอมถูกหาว่าเป็นคนโลภ เพราะค่าเรื่องอย่างเดียวอาจไม่พอกิน นักประพันธ์ไส้แห้ง แรงงานราคาถูก เขียนทุกวันได้ แต่อาจจะขายทุกวันไม่ได้ งานที่ควบคู่ไปกับงายเขียนไม่จำเป็นต้องสูงส่งหรือรายได้งาม ถือเป็นงานหนุนมีไว้เผื่อเหนียว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น