Sidewalk Writer Vol 1 : บ้านเมืองในสายตาข้าพเจ้า
เติมอ่าน >>
มนุษย์โดยทั่วไปเมื่อพบธารทุกข์มักเร่งตะกายหนี ไม่ก็ไร้สิ้นเรี่ยวแรงถูกกลืนหายไปในวังวนระทมทุกข์มิอาจคืนกลับมา หวังเธอยังไม่ลืมที่ฉันเคยกล่าวไว้ในจดหมายฉบับก่อนหน้า ว่าเมื่อใดพานพบธารทุกข์ขอเธออย่าเพียงแหวกว่ายเพื่อพ้นไปจากระทมทุกข์นั่น แต่จงดำดิ่งลงในห้วงทุกข์ให้ลึกถึงที่สุด
๏ เขียนที่บนเถียงนาบ้านโนนนาปลั่ง
ถึงบุญยังบักหมามาม็อบที่เมืองหลวง
เรามันบ้านนอกคอกนาชาวนาทั้งยวง
เที่ยวนี้พ่วงไปกับเขาเข้าเมืองกรุง
๏ เพราะวงเงินยังพราวยังวาวแสง
ส่องแสวงแรงสว่างในว้างดึก
เริงระบำค่ำคืนก็ครื้นครึก
ฉันดิ่งลึกตรึกนิ่งยิ่งตีบตัน
![]()
๏ โถมถาถะถั่งทั้ง......ธรนินทร์
ครืนคลื่นทบทับยิน.....สนั่นเหย้า
โครมคลั่งหลั่งหลั่งริน..ลามทั่ว ท่านเฮย
แรงเร่งทลายเร้า.........ราญเร่าธรณีฯ
เธอผู้ไม่เคยห่างไกล
สำหรับฉันเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเงาของกาลเวลา ไม่มีเลยความทรงจำช่วงไหนของชีวิตที่จะไร้รอยแทรกของลมหายใจโรยริน เนื้อตัวด้านชา อากาศรอบข้างเป็นคล้ายคนแปลกหน้า ไม่รู้จัก ไม่ต้องการทักทายฉัน สำหรับคนมีโรคประจำตัวอย่างฉัน สิ่งต้องการในชีวิตหาใช่อะไรอื่นเลย เป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไปมีกันอยู่อย่างเหลือล้น มีจนหลายคนลืมไปเสียซ้ำว่ามีอยู่


