ฮุฮิ : เรื่องจานอย่าจดจำ
เวลานั่งกินกันอย่างช้าช้า
กลิ่นปลาร้ายังลอยไล้ปอยผม
มือก็จับน่องไก่งับให้จม
นั่นลาบแจ่วจิ้มจ่มน่าชมชิม
เติมอ่าน >>
เวลานั่งกินกันอย่างช้าช้า
กลิ่นปลาร้ายังลอยไล้ปอยผม
มือก็จับน่องไก่งับให้จม
นั่นลาบแจ่วจิ้มจ่มน่าชมชิม
สหายเอย
ทำไปแล้วจึงพบว่าอ่านงานอย่างพินิจพิเคราะห์ ยังต้องนั่งมาร์คตรงโน้นโน้ตตรงนี้ มันผลาญเวลาพร่าอารมณ์สุขอ่านไปสาหัสเพียงไร ยังไม่นับดีกรีหลงตนที่จะพุ่งพรวดแทบปะทุกระเปาะ เพราะพฤติกรรมกำลังกระทำคือนั่งชี้นิ้ว แนะโน่น บอกนี่ราวว่าเอกทัตคะรู้ดีไปหมด ซึ่งก็ล้วนสำแดงขี้เท่อ บังเกิดละอายอัดแน่นเป็นฟองแก็สใต้ขี้เลนแห่งความไม่รู้

มิ่งมิตรผู้เก็บรักษาดวงใจรักแห่งฉัน
ฉันในวัยเยาว์เป็นเด็กน้อยโดดเดี่ยว ขี้แพ้ ไร้เพื่อน ไม่ว่าละเล่นใดซึ่งเด็ก ๆ เล่นกัน ฉันมักเป็นที่โหล่ ไม่ก็ถูกกันออกนอกวง ไม่มีใครต้องการให้ร่วมทีมด้วยเกรงเป็นตัวถ่วง อุปกรณ์ในสนามเด็กเล่นที่เหมาะกับฉันมักเป็นเครื่องเล่นลำพัง ฉันจะถูกแกล้งให้ลอยค้างอยู่นาน ๆ บนกระดานหกเพราะตัวเบากว่าเด็กคนอื่น ถูกเด็กโตทับเพราะลุกขึ้นไม่ทันเมื่อไหลสุดกระดานลื่น ต้องกอดไม้หมุนไว้แน่นเมื่อพวกเด็กหมุนเร็วจนฉันแทบตก
คุณลีโอพุ่ม (ชื่อคุณคล้ายดารารุ่นปู่ผมจัง)
เจ้านายส่งจดหมายให้ผมด้วยสีหน้าเหมือนป๋องเขียวขย้อนค้างค่อนคอ บอกสั้น ๆ "เอาปะ!" อยู่กับแกมาเกือบครบสี่ปี ไม่เคยได้รับจดหมงจดหมายจากใคร มีแต่นั่งดูแกเขียนส่งคนโน้นคนนี้ บางทีนั่งกุมหัว บางทีก็นั่งเอิ๊กอ๊ากอยู่คนเดียว (อย่าเพิ่งคิดไปอย่างนั้นนะคุณลีพุ่ม.. แกแค่เพี้ยน)
เธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..?
นั่งในรถไฟฟ้า ไม่รู้เอาสายตาไว้ที่ใด
ก็ก่อนนั้นเคยมีกันและกันใกล้
นั่งคุยกันไป..ตลอดทางเธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..?
แวะฟังดนตรีในสวนเมื่อตะวันจาง
กลับไร้คนเคยนั่งข้าง
ยิ่งฟังยิ่งอ้างว้างว้าเหว่ใจเธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..?
พลิกหนังสือทีละหน้า แต่สายตาไม่เห็นอะไร
เพียงเพราะว่าคนซื้อให้
ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ อีกต่อไปเธอคงเป็นเหมือนกันใช่ไหม..?
ยามน้ำตาไหลรินท่วมใจ
มีแต่แขนตนเองซับให้
เก็บทุกอย่างไว้ไม่ยอมบอกใครฉันเองก็เป็นเหมือนกันกับเธอ
ยืนเหม่อในหมู่คนเคลื่อนไหว
สองแขนกอดหนังสือไว้
รอรถไฟฟ้าขบวนถัดไป..
ภาพ : จิมมี่ เลียว


