Suscríbete RSS
Comentarios RSS
Subscríbete por E-mail

ล่าเพชรพนมรุ้ง

El perdón es una decisión, no un sentimiento, porque cuando perdonamos no sentimos más la ofensa, no sentimos más rencor. Perdona, que perdonando tendrás en paz tu alma y la tendrá el que te ofendió.
Random Image

ขนำซำหม้อ

เรื่องสั้นเบาขมอง รางวัลชมเชยจุดประกายวรรณกรรมอะวอร์ด ครั้งที่ ๑

สะบายดี (นะ) หลวงพระบาง

บันทึกไปหลวงพระบางทางเรือช้า ช้าจริง ๆ ช้าได้ใจ

พลับพลึงไพร

นิยายรักลูกทุ่งระเบิดภูเขาเผากระท่อม อ่านง่ายสบายกระหม่อม

ดวงใจกระซิบรัก

นิยายรักเล่มเล็ก บรรยากาศย้อนยุคริมฝั่งทะเลสาบสงขลา

เรไรร่อนร้อง : หวังจะมีสักวันเธอหันมา

๏ นาฏะอักษรานี้พี่ให้เจ้า
ทุกค่ำเช้าครุ่นจิตพิสมัย
เพียรแรมร่อนจรเร่ระเหไป
ควะคว้างในครุวรรณสีทันดร

๏ หวังกอบเก็บเก็จวลีมาพลีให้
แทนดอกไม้ลัดดามาลย์หมั้นสมร
ทุกเช้าค่ำร่ำเร่คเนจร
เพียงอักษรพจนามาจำนรรจ์

๏ แม้นหมายมั่นฉันจิตพิศวาส
อย่านิราศอย่างเคยเลยจอมขวัญ
ไม่เห็นนิดคิดค้อนเป็นค่อนวัน
กระไรกันกรรมหลากหนอยากนาน

๏ แม้นคนดีมีใจให้สักนิด
หมายปลงจิตปรานีไมตรีสมาน
ตอบสาส์นเถิดโปรดเห็นว่าเป็นทาน
อย่าได้รานรักเราให้เศร้าคอย

๏ ณ ราตรีไร้จันทร์นั้นมืดมิด
เหงาเดือนคิดเหน็บหนาวดื่นดาวหงอย
มองดาวคว้างร้างเลือนมาเลื่อนลอย
ใจก็พลอยลอยคว้างเหมือนอย่างดาว

๏ ระยิบยับจับดวงเป็นพวงแก้ว
ระดะแพรวพร่างดวงในห้วงหาว
งามใดเลยเปรียบถึงสักครึ่งคราว
มิอาจกล่าวออกความพองามชม

๏ แต่ยามไร้คู่เรียงมาเคียงใกล้
ต่อให้งามอย่างไรไม่งามสม
ฝากถ้อยคำนำไปด้วยสายลม
มิอาจข่มขื่นตาชมราตรี

๏ จึงขอจบเจียรสาส์นจำนรรจ์สรร
ด้วยอกหวั่นหวิวไหวในวิถี
ทุกเช้าค่ำร่ำรสบทกวี
หวังจะมีสักวันเธอหันมา ฯ

ภาพ : อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต

เติมอ่าน >>

เรไรร่อนร้อง : ขอรักคืนมา

ขอ เรื่องหลังยังอยู่ไม่รู้ล่วง
ขอ ลมลวงพัดเลยระเหยหาย
ขอ หอมอวลอักษรามาโชยชาย
ขอ แมกไม้มิตรภาพอาบใจจำ
รัก ไมตรีมิจางอย่างวันเก่า
รัก เรื่องราวหลากถ้วนล้วนยวนขำ
รัก ถักสานถากรอยนั่งร้อยคำ
รัก เรียงร่ายเริงร่ำระบำความ
คืน ค่ำนี้เดือนมืดมาชืดช้ำ
คืน เยือนย้ำย่ำใจให้เข็ดขาม
คืน เงียบเหงาเศร้าอยู่ทุกครู่ยาม
คืน เคลื่อนข้ามท่ามไหวในเอกา
มา จำเรียงเพียงถ้อยละห้อยหวน
มา เคียงครวญว่าใจอาลัยหา
มา เป็นขวัญมั่นรักอักษรา
เถอะ มาร้อยรจนาลัดดาบรรณ ฯ

ภาพ : อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต

ขอรักจงอยู่


เติมอ่าน >>

Ano : ซำหม้อลงจอกระดาษ

ไม่ใช่ตะเกียกตะกาย หาได้ดิ้นรนค้นหา ยังมีความสุขอยู่กับเขียนหนังสือทุกวัน ไม่ว่าตัวหนังสือจะอยู่บนจอใด สุขนั้นใช่ต่างกันเลย..

 


เติมอ่าน >>

The Note Book : จดหมายถึงนักเขียน (โคตร) หนุ่ม

พี่ท่านขอรับ

ช่วยตอบทีว่านานเท่าไรแล้วหลังจากจดหมายฉบับสุดท้ายสะบัดก้นจากตู้ prateep มาหล่นแหมะลงตู้ kratom แลกี่ครั้งแล้วที่เจ้าดิลล์มันรับจดหมายกลับหายเงียบฉี่ (ที่ไม่ใช่ไปฉี่)


เติมอ่าน >>

เรไรร่อนร้อง : เราหาใช่กวีดอกที่รัก

๏ ไม่มีบทกวีดอกที่รัก
เราเพียงถักสานทอก่อไยฝัน
เรื่อยอักษรเรียงถ้อยร้อยรำพัน
ผ่านคืนวันเพียงพร่ำประคำกรอง

๏ ไยเรียกว่ากวีเล่าที่รัก
เราประจักษ์โลกเปล่านั้นเศร้าหมอง
เราเติมคำแทนร่ำน้ำตานอง
แปลงเสียงร้องโศกสลดเป็นบทกลอน

๏ ใครเล่าคือกวีนะที่รัก
เขาอุทิศใจภักดิ์ในอักษร
เขายืนยันก้าวย่างหนทางจร
เขาทุกข์ร้อนเมื่อโลกถูกไฟรุม

๏ เราหาใช่กวีดอกที่รัก
เราเพียงนักร่ำระบายคลายอกสุม
ล้าใจหน่อยก็ค่อยค่อยร้อยกลอนกุม
พอกลุ้มกลุ้มก็นั่งก่องท่องคำกลอน ฯ

Technorati Tags:

เติมอ่าน >>

คลื่นวรรณกรรม : ๑๐๐ ปีเกิด ไม้ เมืองเดิม นักเขียนใจ "นักเลง"

บทความโดย พีรยา อัชฌา

จาก ศิลปวัฒนธรรม
วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 09

ปี ๒๕๔๘ นี้นับเป็นปีสำคัญสำหรับวงวรรณกรรมไทย เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีเกิดของนักเขียนไทยหลายคนที่มีผลงานสำคัญฝากไว้เป็นมรดกทางวรรณศิลป์ของไทย หนึ่งในนักเขียนนี้คือไม้ เมืองเดิม อันเป็นนามปากกาของก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้มีผลงานเรื่องสั้นและนวนิยายรวมกว่า ๓๐ เรื่อง๑ ที่รู้จักกันดี อาทิ แผลเก่า บางระจัน ขุนศึก


เติมอ่าน >>

สะบายดี (นะ) หลวงพระบาง : คำนิยม

จินนี่  
สวัสดีเช้าวันจันทร์จ้า ท่านดิน

อ่านแล้ว ประหนึ่งโดยสารออกเดินทางไปด้วยกัลล์

อืมม์...เปลี่ยนฉากเยือนสถานที่ใดหนแรก รู้สึกตื่นตาตื่นใจ
เปิดมุมมองกับทัศนียภาพอันงดงาม เรียนรู้วัฒนธรรมต่างกัน
ท่องเที่ยวไป เพื่อหาแรงบันดาลใจ และเขียนบันทึกการเดินทางเนาะ

ด้วยรอยยิ้มจ้า
จินนี่เอง

สวรรค์เสก
ความเห็นที่ 8

ตอบโดย สิญจน์ สวรรค์เสก   เมื่อ: 2009-01-19 17:06:34 

"การพบระหว่างเดินทางคืออะไร? เพื่ออะไร?"

โอ้...เยาวมิตรแห่งฉัน

เธอคงซุกตัวเร้นกายอยู่ในขนำน้อยนานไปแล้ว...นานจนลืมไปว่าในวิถีเมืองใหญ่ บนถนนที่คลาล่ำไปด้วยผู้คนที่ล้วนแต่ซ่อนความโดดเดี่ยวเอาไว้ในจิตวิญญาณเหมือนๆ กันนั้น การผ่านพบมิใช่เพื่อจะผูกพันกันเลยเกลอเอ๋ย

อย่าเลย...อย่า

เธออย่าได้นำเอาความเจ้าชู้ของแสงแดด หรือแม้แต่ลำแสงนวลเย็นแห่งเมตตาของดวงจันทร์ ที่พร้อมจะแบ่งปันน้ำมิตรไมตรีให้คน สัตว์ และสิ่งของประดามีบนพื้นพิภพเยี่ยงเธอ ที่ได้แบ่งปันออกไปแล้วนั้น โปรดอย่าหวั่นว่าดอกกุหลาบตามรายทาง ไยมิทอดเกษรขึ้นมาหาดวงอาทิตย์ที่อบอุ่นแลดวงจันทร์ที่อ่อนหวานนุ่มนวลด้วยเล่า - อย่า อย่าเลยเยาวมิตรแห่งฉัน เธออย่าได้คิดเช่นนั้น

โอ้ววว เย่ห์

อาเมน 

ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-01-22 22:44:44 
อ่านแล้ว นึกถึงรถไฟชั้น สาม
ทุกครั้งที่มีการจอดป้ายตามสถานี
มี เด็กและผู้ใหญ่ ขึ้นมาขายของ มาไว และไปไว
( ตังทอนถูกเตรียมมาเหมือนรู้ว่าคนซื้อให้ธนบัตรอะไร)

รอตอนที่ 5 ครับ

ตอบโดย นาเดีย   เมื่อ: 2009-01-24 08:50:04 
อ่านบทความท่านธุลีดิน อ่านไปล้นไป เรื่องน้ำอุ่น..
คิดว่าถ้าเป็นตัวเองเจอจะทำอย่างไร

ท่าทางการเดินทางทริปนี้ของท่านธุลีดิน จะมีการผจญภัยกันอีกเพียบ
คอยอ่านและลุ้นอยู่ค่ะ

ยังรู้สึกดีใจที่ ตัดสินใจเดินทางผ่านสะพานมิตรภาพไทยลาว
เพราะนั่งเรือนานจัง ว่ายน้ำก็ไม่เป็น

แล้วก็เดินทางปลายเดือน มกราคม คงไม่หนาวมากแล้ว
ขอบคุณท่านธุลีดินดิน ที่นำประสบการณ์จริงมาเล่า

จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ ไว้ล่วงหน้าสำหรับหลายอย่าง

ตอบโดย สายลม   เมื่อ: 2009-01-24 15:13:58 

ละเมียด ละไมมุน อุ่นละม่อม (ตีสนิทโดย'ละม่อม' วิทยายุทธ์ร้ายกาจ..!)

ตอบโดย น๊อต   เมื่อ: 2009-01-25 03:56:41 
อ่านแล้วสนุก
รอ ท่านพี่ ทั้งสองท่าน พี่ธีร กับ พี่ดิน เขียนเสมอ

จากใจ
กำลังใจ
สิ่งที่ฝัน
คงต้องทุ่มเท

ท้องฟ้าสว่าง
นภาเปิด แจ่มจรัส
ดวงดาว ส่องประกายระยิบระยับ
ดาวสองดวงยังคงส่องประกาย
ในสายตาของผม... ( เขียนมั่วๆ ผิดพลาดประการใดขออภัยนะครับ)

(เพิ่งอ่านงาน ของ คุณอา รงค์ วงษ์สวรรค์ -ญาติน้ำหมึก-)
ขออนุญาต ยกมาสักประโยคครับ
" ดอกมะเขือและหญ้าแพรก คงไม่เหมาะที่นักเีีขียนจะบูชานักเขียนด้วยกัน...เท่ากับเขียนถึงกัน"

นอนละครับ

ตอบโดย สิญจน์ สวรรค์เสก   เมื่อ: 2009-01-28 17:38:09 

อืมมม - โฮม, ไกด์สาวชาวลาว

เห็นหน้าเธอแล้วนึกถึงหนังเรื่องสบายดีหลวงพระบางนะท่านพี่

มีฉากหนึ่ง ผมดูไปยังได้อมยิ้มมาแท่งเบ่อเร่อ ก็ฉากที่แม่ของไกด์สาวถามพระเอกนั่นแหละครับ แกถามว่า "เอาเมียแล้วบ่?" คือหมายถึง "มีลูกมีเมียหรือยังล่ะเรา" ประมาณนี้น่ะครับ พระเอกของเราไม่เข้าใจคำถาม แทบจะสำลักคำข้าวเลย

ว่าไปแล้ว...คนอีสานตามบ้านนอก และคนชาวลาวนี่ โดยมากจะมีความเป็นมิตรสูงและค่อนไปทางอารมณ์ดีมากๆ ด้วย ผมว่าคงจะเป็นเพราะอิทธิพลของพุทธศาสนาและวัฒนธรรมบันเทิง ดูจังหวะหมอลำสิครับ ม่วนซื่นโฮแซวกันมาก ต่างจากคนภาคเหนือที่เอื้อนเอ่ยพรรณาราย และคนใต้ที่พูดห้วนกระชับ

อืมมม คงต้องชมวัฒนธรรมตะวันตกในเรื่องรักการอ่าน ไม่ว่าจะขึ้นรถลงเรือไปเหนือล่องใต้ พวกเขามักจะมีหนังสือติดมือไปอ่านด้วยเสมอ

ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-02-01 22:24:37 
สวัสดีท่านธุลีดิน (เคย) ณ หลวงพระบาง...

ช่วงแรกภาษาสวยเหลือเกินค่ะ อ่านแล้วรู้สึกราวกับว่าความสวยงามโอบกอดเราไว้...

เขียนได้ละเอียดละเมียดละไมในภาพชีวิต อ่านแล้วอยากไปบ้างจัง แต่ไม่รู้จะมีโอกาสรึเปล่า -_-'

ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ จากหลวงพระบางนะคะ ขี่จักรยานเที่ยวนี่น่าสนุกจัง...

ตอบโดย สหัทยา   เมื่อ: 2009-02-01 22:36:23 
ท่านธุลีดิน
ท่านยังใข้ภาษาที่งามดั้งเดิมเสมอนะจ้ะ

ด้วยความคิดถึง
สหัทยา

ตอบโดย นมัสสา   เมื่อ: 2009-02-02 19:47:46 
สวัสดีครับพี่ดิน

ต้องค่อยๆอ่าน เพราะภาษาสวย  

ตอบโดย ต้นข้าว   เมื่อ: 2009-02-04 15:39:09 
เข้ามาอำลาหลวงพระบางค่ะ

อ่านจากที่พี่ธุลีดินเล่า บวกกับภาพถ่ายที่เห็น
อยากให้หลวงพระบางเป็นแบบนี้ตลอดไป
ไม่อยากให้เจริญขึ้นกว่านี้ค่ะ

ขอบคุณเรื่องราวและภาพถ่ายจากพี่ธุลีดินนะคะ

ตอบโดย saranya_nok.worm   เมื่อ: 2009-02-05 22:36:34 
เขียนได้ละเอียดงดงามและอ่านเพลินเลยค่ะ

การเดินทางเรียกว่ามาราธอนเล็ก ๆ เลยล่ะ คงจะลำบากเหมือนกัน แต่ก็ได้บรรยากาศแตกต่างจากชีวิตประจำวัน

สิ่งดี ๆ ที่เก็บเกี่ยวได้จากการเดินทาง ได้บันทึกไว้ในสมุดบันทึกของโปร ฯ ดิลล์แบบนี้ก็ดีนะคะ จะได้มีความทรงจำที่เป็นชิ้นเป็นอันไว้ให้ระลึกถึงเสมอ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่งดงามทางตัวอักษรและจินตภาพนะคะ...

ตอบโดย น็อต   เมื่อ: 2009-02-05 22:25:29 
ขอบคุณตัวอักษรทุกตัวของพี่ดิน (รู้สึกอิ่ม)

ตอบโดย หนอนดำ   เมื่อ: 2009-02-06 09:17:41 
ราวกับได้ร่วมเดินทางไปด้วยเลยครับ
บรรยายได้เนียนดีแท้ อ่านซะเพลินเลย


เติมอ่าน >>

Ano


เติมอ่าน >>

เรไรร่อนร้อง : ฤดีใด

มองนภาประหนึ่งตะวันจะรอน
คละคลุ้งคละเคล้าระบำละคร ระคนกัน
เมฆประเลงบทเพลงประดับ ณ วัน
ทะมึนหม่นมิดสถิตมิทัน ก็พลันจาง
แสงตะวันกระจ่างสว่างระราง
ระยิบระยับขยับระยาง ระเรื่อฟ้า
เมฆก็เทชะฝนฉะฉ่ำนภา
ประปลิวระเรื่อยละลิ่วมา มิทันไร
เย็นสะท้านสะท้อนสะเทือนที่ใจ
มินานยะเยือกยะเยียบไยไม่คงเย็น
ร้อนผะผ่าวระเร้าชะเหงื่อกระเซ็น
ตระหนักตระหนกสะทกลำเค็ญ ละลานไป
ฤาฤดูประดุจฤดีสมัย
ระเริงระบำมิทันไรก็เลิกรา
หวั่นสะท้านสะทกตระหนกวิญญาณ์
คะนึงวิถีชิวี ณ ข้า..
ฤดีใด?


เติมอ่าน >>

The Note Book : ทางสายกลอน


ค่ำ(อีก)แล้วสวัสดิ์ขอรับทั่นสายที่เคารพรัก

ลายกลอนท่านเดินทางมาถึงอีกโค้งหนึ่งแล้ว ผูกสัมผัสในโยงสลับสับสัมผัสเสียงพยัญชนะ-เสียงสระชวนหวามไหว 'แรกหวานล้ำคำพรอดใช้ออดอ้อน'

ขอท่านทวนทุกบทซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนลายกลอนฝังเนื้อใจ กล่าวออกทีไรก็ล้วนร่ำสัมผัสพราวพราย โดยมิพักเสกสรรปั้นแต่ง

เติมอ่าน >>